ล้วงลึก startup! ตอนที่ 1

ล้วงลึก startup! ตอนที่ 1 สัมภาษณ์ผู้บริหาร

เรื่องเล่านี้มาจากประสบการณ์จริงของผู้บริหารมืออาชีพที่ทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทเกือบหนึ่งหมื่นล้านบาท

เรื่องราวที่จะเล่าต่อไป มีเจตนาเพียงแค่ให้ผู้ประกอบการที่กำลังอยู่ในระหว่างสร้างธุรกิจ ได้เรียนรู้การทำงานในองค์กรของ startup ที่กำลังเติบโตในแง่มุมที่มากกว่าการให้สัมภาษณ์จากสื่อทั่วๆ ไป เพราะเรากำลังจะพาคุณไปสู่การทำงานในโลกของความเป็นจริงของสตาร์ทอัพ

ณ สตาร์ทอัพขนาดกลางแห่งหนึ่งที่มีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศและ raise fund ได้หลายร้อยล้านดอลล่าร์ อยู่ในระดับที่เป็น series C หรือ D แล้ว แต่ operation ในประเทศไทยยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีพนักงานหย่อนๆ 100 คน อยู่ในภาวะที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำรหรับประเทศไทยองค์กรแห่งนี้กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติของการขาดผู้นำมากว่า 6 เดือน!

กระบวนการสรรหาผู้นำขององค์กรแห่งนี้ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าแต่ทว่าเข้มข้ม การคัดสรรคนที่จะมาเป็นผู้นำมีขั้นตอนมากกว่าบริษัทที่มียอดขายหมื่นล้านบางบริษัท Candidate ทุกรายที่ผ่านกระบวนการสรรหาของที่นี่ล้วนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยังกะบริษัทหมื่นล้าน”!

กระบวนการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูง เริ่มจากการใช้ Recruitment Consultant (head hunter) ที่เป็นมืออาชีพบริษัทหนึ่งของประเทศไทย Head hunter รายนี้พยายามตามหา candidate ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทระบุแบบสุดหล้าฟ้าเขียว ไม่ว่าไปหลบอยู่ที่ไหนก็ตามหาจนเจอ ในขณะที่ HR ใช้บริการ head hunter อย่างเข้มข้น CEO ของบริษัท ก็เข้า linkedin อย่างเข้มข้นทุกวันเช่นกัน เพื่อหาคนที่มีคุณสมบัติตรงตามสเป็ค ไม่ได้ปล่อยให้ head hunter ทำงานอยู่ฝ่ายเดียว!

ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมามีผู้มีความสามารถและมีประสบการณ์จากบริษัทที่มีชื่อเสียงมากมายหลายบริษัท แวะเวียนมาสัมภาษณ์แต่ก็ยังไม่เป็นที่พึงใจของ CEO และกรรมการบริหารบริษัท

และแล้ว “ฉัน” ก็กลายเป็นหนึ่งใน candidate ที่ถูกควานหาตัวโดย head hunter ที่มีชื่อเสียงรายนี้ เราเคยคุยกันเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า head hunter รายนี้ยังมี record ของ profile และตามหาตัวกันจนเจอ ฉันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยตอนที่ head hunter บอกชื่อบริษัท เพราะเป็นบริษัทที่ขนาดไม่ใหญ่ แต่ทำไมจึงต้องการคนที่มี profile ที่มาจากบริษัทที่มีชื่อเสียงและใหญ่โตและแน่นอนผลตอบแทนที่จ่ายก็มากกว่าองค์กรใหญ่ๆ บางแห่ง เพื่อดึงดูดมืออาชีพจากองค์กรใหญ่ให้เปลียนใจมาลองของเล็กกันบ้าง และนั่นก็เป็นความตั้งใจของ Founders ที่ยอมจ่ายแพงเท่าไหร่ก็ได้เพื่อให้ได้ผู้บริหารมืออาชีพมาช่วยทำให้องค์กรเติบโต

สิ่งที่แปลกอีกอย่างหนึ่งคือคุณสมบัติของคนที่องค์กรแห่งนี้ตามหา ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มาจาก industry นั้น และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี! นั่นเป็นความแปลกใจลำดับที่ 2 คำตอบที่ได้ในเรื่องนี้ หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวแล้ว ก็คือ เรามองหาคนที่จะมาช่วยให้ operation ของเราเดินไปและเติบโตได้ เราต้องการคนมาเป็นผู้นำที่พอมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีบ้าง แต่มันไม่ใช่สิ่งจำเป็น ฉันได้คำตอบด้วยตัวเองหลังจากที่ไปเริ่มงานที่บริษัทแห่งนี้ว่าการหาคนที่ทั้งรู้เทคโนโลยีด้วย ทั้งบริหารงานเก่งด้วย เป็นเรื่องยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร เช่นเดียวกัน การหาคนที่เคยอยู่ใน industry ก็เป็นเรืองยากเพราะบริษัทแห่งนี้เป็นสตาร์ทอัพที่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้กับอุตสาหกรรมเดิม การหาคนจากอุตสาหกรรมเดิมๆ จึงติดกรอบ และไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

การเจอกันครั้งแรกกับผู้บริหารที่ดูแลตลาด international เป็นไปอย่างดี เราทักทายและคุยกันอย่างเป็นมิตร ตลอดการพูดคุย สังเกตุว่ามีโทรศัพท์เข้ามาหาผู้บริหารคนนี้อยู่เป็นระยะ ดูช่างยุ่งอะไรเช่นนี้! แม้กระทั่งในเวลาสัมภาษณ์! เขามี notebook ตั้งอยู่ข้างหน้าตลอดเวลา ประหนึ่งว่าทำงานไปด้วยสัมภาษณ์ไปด้วย!! หรือนี่มันจะเป็นวัฒนธรรมของสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโต ทุกคนทำงานตลอดเวลาและทำมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกัน ฉันได้คำตอบนี้อีกเช่นกันหลังจากที่ไปเริ่มงานแล้ว แต่คงจะยังไม่เล่า ณ ตอนนี้ เพราะมันยาววว

ผ่านไป 1 วันถ้วน! ฉันได้รับโทรศัพท์จาก Head hunter ขอนัดเจออีกครั้งในวันถัดไป อะไรกัน! นี่เราจะเจอกันวันเว้นวันเลยเหรอ?! ขนาดยังไม่ได้ทำงานด้วยกันนะ คราวนี้ไม่ได้นัดเจอที่ออฟฟิศของบริษัท แต่เป็นที่จัดงานแห่งหนึ่งที่บริษัทนี้กำลังจะไปจัดงาน

กรุณาติดตามต่อไปตอนต่อไป

#เล่าจากเรื่องจริง

The Mentor Thailand

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *