สตาร์ทอัพแบบไหนที่ Mentor อยากวิ่งหนี

สตาร์ทอัพแบบไหนที่ Mentor อยากวิ่งหนี!

การเป็น Mentor ทำให้ได้เจอ startup หลากหลายรูปแบบมาก สตาร์ทอัพที่มีแววจะประสบความสำเร็จ จะมีคุณสมบัติบางอย่างที่คล้ายกัน ทั้งนักลงทุนและ Mentor ต่างก็อยากทำงานด้วย นั่นคือ

  • ความเป็นผู้นำ
  • รู้จัก give และ take
  • ประสบการณ์อาจจะน้อย แต่เปิดใจรับฟัง และนำเอาคำแนะนำไปต่อยอด
  • update งานอยู่เสมอไม่ต้องตามให้เมื่อย มีปัญหาก็วิ่งมาหา
  • พูดคำไหนคำนั้น ไม่ใช่วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้พูดอีกอย่าง
  • ตั้งใจและสู้ไม่ถอย
  • มีความมั่นใจในระดับที่พอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป
  • ที่สำคัญที่สุดคือมีทัศนคติที่ดี

สตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหล่านี้มักจะมีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด เพียงชี้แนะให้ตรงจุด ก็สามารถต่อยอดจากคำแนะนำได้อย่างดี ทัศนคติเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะทำให้สตาร์ทอัพเติบโตได้ การที่เริ่มทำธุรกิจในวัยและวันที่ไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ มากพอ จำเป็นต้องมีผู้ที่มีประสบการณ์มาช่วย ทำให้การเดินทางบนเส้นทางสายนี้ไม่เจอหลุมบ่อมากเกินไป และไม่วิ่งวนไปวนมาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  สตาร์ทอัพที่ฉลาดมักจะรู้ว่าอะไรเป็นจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง และยอมรับความจริงนั้น

ในขณะเดียวกันสตาร์ทอัพที่ดูก็รู้ว่าจะไปไม่รอด ก็มีคุณสมบัติตรงข้ามกับพวกที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จเกือบทุกข้อ เช่น

  • นำไม่เป็น ตามอย่างเดียว คือ เห็นใครทำอะไร ก็ copy ไปหมด คอยสอดส่องว่าใครทำอะไรบ้าง ถ้าพอจะเข้าทางที่ถนัดก็ copy โดยไม่ได้มีการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง ในที่สุดสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ก็จะติดกับดักตัวเอง คือ ไปต่อไม่ได้ กลายเป็นซอมบี้ไปในที่สุด
  • take อย่างเดียว ไม่มี give สตาร์ทอัพหลายรายมุ่งที่จะเอาประโยชน์จากคนอื่น โดยไม่รู้จักให้กลับคืน โลกธุรกิจมันไม่ได้กว้างอย่างที่คิด วันหนึ่งชื่อเสียงก็เป็นที่ร่ำลือ จนทำให้ไม่มีใครอยากคบ รวมถึงไม่อยากทำธุรกิจด้วย ทำให้เสียโอกาสดีๆ ในชีวิต
  • ประสบการณ์น้อย แต่คิดว่าข้านี้มันสุดยอด หลายคนคิดว่าสิ่งที่มีอยู่มันเป็นเทคโนโลยีที่สุดยอดมาก ไม่มีวันที่ใครจะลอกเลียนแบบได้ จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น วันหนึ่งก็จะมีคนทำได้เหมือนกันด้วยเทคโนโลยีอื่นๆ โมเดลธุรกิจและการจัดระบบการทำงานต่างหาก ที่จะทำให้เติบโตและไม่มีใครลอกเลียนแบบได้
  • วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้พูดอย่าง สตาร์ทอัพบางราย วิ่งมาหา Mentor ได้ทั้งไอเดีย ได้ทั้ง model ธุรกิจไป ตอนวิ่งมาขอให้ช่วยก็ยอมทุกอย่าง พอเอาไอเดียกับ model นั้นไป pitch แล้วมีคนสนใจก็คิดว่านั่นคือที่สุดของโลกนี้แล้ว คิดว่าจะไปต่อเองได้ จากที่เคยพูดอะไรไว้ก็ลืมหมดสิ้น ในที่สุดก็ไปต่อไม่ได้ เพราะโลกมันกว้างกว่าที่คิด Mentor ก็เลิกสนับสนุน สิ่งที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจก็จบไปด้วยเช่นกัน เพราะการสร้างธุรกิจ ไม่ใช่การสร้าง project มันไม่ได้จบแค่การ pitch
  • สู้ไม่เท่าไหร่ก็ยอมแพ้ สตาร์ทอัพหลายราย ยอมถอดใจและทิ้งธุรกิจที่เคยฝันว่ามันจะทำให้ร่ำรวยไปอย่างน่าเสียดาย เพราะโลกธุรกิจไม่ได้สวยงามอย่างที่เคยฝันไว้ บางคนทำไปพร้อมกับงานประจำ หรือมีแรงจูงใจไม่พอ เจออุปสรรคมากๆ เข้าก็ถอดใจ ทิ้งไปกลางทาง
  • มีความมั่นใจ แบบไร้สติ สตาร์ทอัพกลุ่มนี้ ใครๆ ก็ไม่อยากยุ่งด้วย ใครพูดอะไร บอกอะไร ไม่เชื่อ คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นดีที่สุดในโลก สตาร์ทอัพกลุ่มนี้มักจะเจอกับความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวด เพราะความมั่นใจผิดๆ ของตัวเอง
  • ทัศนคติไม่ดี จ้องแต่จะเอาประโยชน์จากคนอื่น มองคนอื่นเป็นคู่แข่งตลอดเวลา ไม่มีความหวังดีให้กับใคร

คำแนะนำสำหรับสตาร์ทอัพก็คือในโลกธุรกิจที่คิดว่ากว้าง จริงๆ แล้ว สำหรับเรื่องชื่อเสียง มันกลับแคบกว่าที่คิด การกระทำใดๆ ล้วนวนเวียนอยู่ในสังคมของสตาร์ทอัพและนักลงทุน การกระทำจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ให้ความสำคัญกับชื่อเสียง พอๆ กับธุรกิจของคุณ!

The Mentor Thailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *