สตาร์ทอัพ (ไทย) IPO หนทางอีกยาวไกล จริงหรือ?

ทำไมสตาร์ทอัพไทย ยังไปไม่ถึง IPO ทำไมเรายังไม่มี Super Founder เกิดขึ้นในเมืองไทย

กระแสความร้อนแรงของ Snapchat แอปแชทชื่อดังที่เขย่าตลาดโซเชียลมีเดียและได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เด็กและวัยรุ่น ได้นำบริษัทเข้าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทด้วยการเสนอหุ้น IPO ออกขายมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาคึกคัก ก่อนหน้านี้ Snapchat ได้ถูกเสนอซื้อโดย Facebook ด้วยมูลค่าสามพันล้านเหรียญ แต่ Founder ปฎิเสธ ถึงวันนี้มูลค่าหุ้นจะลดลงแต่ก็ยังเป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง

หลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นสตาร์ทอัพไทยหลายบริษัทได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนผ่านกองทุนทั้งจาก Venture Capital และ Corporate ในขณะเดียวกันก็มีหลายบริษัทที่ Founder ขายหุ้นส่วนใหญ่ให้องค์กรใหญ่และบริษัทข้ามชาติ จนในที่สุดได้ถูกกลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนั้นๆ ทำไมเราถึงยังไม่มี Super Founder เกิดขึ้นในเมืองไทย  Founder ที่นำพาธุรกิจไปถึงจุดที่สามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนสร้างมูลค่าบริษัทและมีฐานของลูกค้ามวลชนมากพอที่จะเข้าไปยืนอยู่ในกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศ หรือสามารถที่จะพาบริษัทไป IPO ได้

นักลงทุนต่างชาติหลายรายให้ข้อสังเกตุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างมากเพราะมีฐานของลูกค้าที่เข้าถึงโมบายล์สูงอันดับต้นๆ ของภูมิภาคนี้ รวมถึงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แม้จะไม่หวือหวาแต่ก็ไม่เคยหยุดชะงัก มุมที่นักลงทุนบางส่วนวิเคราะห์ก็คือ สตาร์ทอัพไทยมี Passion และ Motivation ในการสร้างและผลักดันธุรกิจให้เติบโตไปจนถึงที่สุดมากน้อยขนาดใหน ทำไมหลายกิจการตัดสินใจจะ Exit หรือขายให้นักลงทุน/องค์กรไปเมื่อบริษัทมีมูลค่าเพียงไม่กี่ร้อยล้านบาทหรือในหลักพันล้านเท่านั้น ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่น่าคิดว่าทำไมสตาร์ทอัพไทยจึงเลือกที่จะ Exit หรือ ยอมแลก Equity ด้วยเงินลงทุนเพียงจำนวนไม่มากนัก สตาร์ทอัพหลายรายคิดถึง Exit Strategy หรือกลยุทธ์การขายบริษัทมากกว่าการทำธุรกิจให้มีโมเดลที่ยั่งยืนเสียอีก

Snapchat เป็นตัวอย่างหนี่งที่ทำให้เราได้เห็นจุดยืนที่ชัดเจนของ Founders ที่ไม่ใจอ่อนต่อข้อเสนอของเงินลงทุนมหาศาล ถ้าวันนั้น Snapchat ตัดสินใจขายให้กับองค์กรใหญ่ที่เข้ามาเสนอซื้อ เราคงไม่ได้เห็นมูลค่าบริษัทเป็นแสนล้านบาทในวันนี้ ในที่สุดความมุ่งมั่นของ Founder ที่อยากจะทำตามฝันหรือ Mission ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น ทำให้สามารถนำพาธุรกิจผ่านความยากลำบากนั้นไปได้  คำถามที่เราคงต้องถามสังคมไทยในวันนี้ก็คือ เราเป็นสังคมที่สร้างให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง เอื้อต่อการพัฒนาและ “สร้างธุรกิจให้ยั่งยืนในระยะยาว” ได้มากน้อยขนาดไหน

#Thementorthailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *