Exit Strategy สำหรับสตาร์ทอัพ หรือจะเป็นแค่ Money Game?

Exit Strategy สำหรับสตาร์ทอัพ หรือจะเป็นแค่ Money Game?

การเติบโตของตลาดสตาร์ทอัพเดินมาถึงจุดที่ถูกจับตามองว่า จะถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งของ Money Game ที่นักลงทุนเอามาใช้ในการสร้างความมั่งคั่งหรือไม่?  บางบริษัทถูกมองว่าไม่ได้มีวิสัยทัศน์และแผนงานระยะยาวที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน แต่กลับเร่งปั๊มมูลค่าบริษัทให้มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยการเร่งระดมทุนจาก VC หรือ Corporates ควบคู่ไปกับการสร้างข่าวเพื่อสร้าง Profile ของบริษัท ทั้งที่ยังไม่ได้มีโครงสร้างธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตและยังไม่เห็นช่องทางชัดเจนที่จะสามารถทำกำไรได้  มุมมองเหล่านี้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสตาร์ทอัพในเรื่องการสร้าง “นวัตกรรม”  และ “ความยั่งยืน”

สตาร์อัพหลายคนมองว่าการมองหา Exit Strategy หรือ กลยุทธที่จะขายบริษัทตั้งแต่ตอนเริ่มต้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ด้วยเหตุผลที่ว่าใครๆ ก็ทำกัน (จริงหรือ)? การเร่งสร้างมูลค่าบริษัทด้วยเม็ดเงินลงทุนในขณะที่ธุรกิจยังไม่ได้เข้าสู่ระยะที่สามารถเติบโตได้หรือเป็น “Growth Stage” อย่างแท้จริง อาจทำให้นักลงทุนหลายคนตั้งคำถามว่า หรือนี่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเร่งการเติบโตเพื่อสร้างมูลค่าบริษัท เพื่อที่จะ Exit จากธุรกิจนี้? ในที่สุดการระดมทุนเกินความจำเป็นจะทำให้ Founder ต้องสูญเสียความเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และขาดแรงบันดาลใจที่จะขับเคลื่อนและต้องตัดสินใจออกจากธุรกิจในที่สุด

หลายคนใช้เวลาไปกับการทำ Pitch Deck และเดินสายระดมทุน หรือใช้เวลากับ Venture Capitalist  มากกว่าที่จะเอาเวลาไปคุยกับลูกค้าเพื่อพัฒนาธุรกิจหรือเทคโนโลยีให้ตอบสนองตลาดและลูกค้าได้ดีขึ้นกว่าเดิม

มารค์ คิวบัน นักลงทุนและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จรระดับโลกและเจ้าของรายการ Shark Tank ที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนรู้จักกันดี กล่าวไว้ว่า “อย่าเริ่มต้นทำธุรกิจถ้าไม่ได้รักที่จะทำสิ่งนั้นจริงๆ การเตรียมพร้อมสำหรับ Exit Strategy มันคงไม่ใช่ความรัก

“แก่น” หรือ “ราก” ของความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการเป็น “Founder” สตาร์ทอัพที่กลายเป็นต้นแบบของความสำเร็จในโลกยุคใหม่ ทุกคนล้วนมี “แก่น” ที่ชัดเจนนั่นคือ Passion ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นให้ได้ด้วยเทคโนโลยีหรือโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ทุกคนมีเป้าหมายที่ไม่ใช่แค่ตัว “เงิน”  Elon Musk สร้าง Tesla รถยนต์พลังไฟฟ้าและ Space X บริษัทสำรวจอวกาศเพื่ออนาคตและวิถีใหม่ของผู้คนบนโลก จนวันนี้มูลค่าบริษัทแซงหน้าบริษัทรถยนต์อันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายหรือสิ่งที่เขาตามหาในวันที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะสิ่งที่เขาวิ่งไล่ล่ามันก็คือ “การทำในสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้”

#thementorthailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *