PIVOT ทางออกสตาร์ทอัพก่อนถึงทางตัน

 เมื่อธุรกิจไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ สตาร์ทอัพอาจต้องหยุดเพื่อทบทวนตัวเองว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลา “Pivot” หรือปรับเปลี่ยนทิศทางการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Business Model กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย Feature ของสินค้าหรือแพลตฟอร์ม รวมถึงการ Pivot กันแบบสุดโต่งไปเลยก็คือ หา Pain Point ใหม่ที่ใหญ่หรือแตกต่างไปจากสิ่งที่ธุรกิจเดิมต้องการจะเข้าไปแก้

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายบริษัท เริ่มต้นจากสตาร์ทอัพไอเดียแบบหนึ่งแต่ลงท้ายด้วยการเปลี่ยนทิศทางไปสร้างสิ่งอื่นที่นำไปสู่ความสำเร็จมากกว่าสิ่งเดิมที่ทำมา ตัวอย่างที่มีให้เห็นก็มีมากมายเช่น Instagram ที่เริ่มจากการเป็น Location-based Social Network และหันเหมาเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่แชร์รูปภาพ Slack ที่ผันตัวเองจากทีมงานพัฒนาวิดีโอเกมมาเป็นแอพที่ใช้สื่อสารในการทำงานภายในทีมจนประสบความสำเร็จมีผู้ใช้งานวันละหลายล้านคนทั่วโลก ทั้งหมดนี้เกิดจากจุดที่ ทีมผู้ก่อตั้งเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเมื่อพบโอกาสใหม่ๆหรือเจออุปสรรคที่ทำให้ต้องกลับมาประเมินตัวเองใหม่ เช่นเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่กว่าเกิดขึ้น พฤติกรรมของผู้ใช้เปลี่ยนแปลงไปและส่งผลให้การใช้งานถดถอยลง หรือมีคู่แข่งขันรายใหม่หรือรายใหญ่เข้ามาในตลาดทำให้สภาวะการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

จสำหรับสตาร์ทอัพที่อยู่ในระยะเริ่มต้น สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดก็คือความพยายามที่จะ Pivot เพียงเพราะว่าเห็นโอกาสใหม่ๆ หรือ ต้องการปรับเปลี่ยน Business Model เพราะต้องการให้ทันกับกระแสของเทคโนโลยี  แต่ไม่พยายามวิเคราะห์ให้ลึกถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดในช่วงนี้ที่กระแส การใช้ Artificial Intelligence (A.I.) ในการตัดสินใจหรือแก้ปัญหากำลังฮอตสุดๆ ตามเทรนด์ของโลกที่ผู้เล่นระดับยักษ์ใหญ่ล้วนออกมาให้ข่าวว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ สตาร์ทอัพไทยหลายรายก็พยายามจะนำเอาเรื่องนี้เข้าไปผสมผสานกับสิ่งเดิมที่ตนเองกำลังพัฒนา บางรายก็ตรงกับแนวทางที่กำลังทำอยู่ แต่บางรายถึงขั้นทำให้ทีมงานสับสนชีวิตว่าตกลงแล้วธุรกิจเรามันมีข้อมูลมากพอที่จะเอา A.I. เข้ามาตัดสินใจหรือแก้ปัญหาแล้วหรือยัง?  ข้อคิดที่อยากให้กับสตาร์ทอัพไทยวันนี้ก็คือ การมองหาสิ่งใหม่ๆ เพียงเพราะยังทำให้ของเดิมให้สำเร็จไม่ได้ นั่นคงไม่ใช่จุดที่จะต้อง Pivot ธุรกิจ  เพราะก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนทิศหรือเดินต่อทางเดิม มีสามสิ่งสำคัญที่ต้องหาคำตอบให้ได้ 1) เมื่อสิ่งที่ลูกค้าชื่นชอบที่สุดบนแพลตฟอร์มของคุณ ไม่ใช่สิ่งที่คุณให้ความสำคัญหรือคาดคิดไว้แต่แรก  สิ่งนั้นอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แพลตฟอร์มตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้น  2) เมื่อลูกค้าเป้าหมายกับลูกค้าที่ใช้งานจริงกลับกลายเป็นคนละกลุ่มกัน นั่นอาจเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การสร้างฐานลูกค้าใหม่ 3) เมื่อพบว่าปัญหาที่พยายามจะแก้มันไม่ได้จำเป็นกับลูกค้า แต่ยังมีปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่าและสำคัญกว่าที่ลูกค้าต้องการให้แก้

สิ่งที่สำคัญสำหรับธุรกิจอยู่ที่ว่า เราคงต้องตามกระแสของการเปลี่ยนแปลงภายนอกให้ทันแต่ต้องไม่ทำให้ปัจจัยภายนอกเข้ามามีอิทธิพลจนมองข้ามความต้องการของลูกค้าบนพื้นฐานของจุดอ่อนจุดแข็งที่ธุรกิจเดิมของเรามีอยู่หัวใจของการ Pivot อยู่ที่กระบวนการเรียนรู้และการตัดสินใจที่เกิดจากประสบการณ์จริงมากกว่าการสร้างสมมติฐานที่ไม่ได้ถูกนำนำไปพิสูจน์ว่าเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *